บทที่ 5 สวรรค์กำหนด 4

กรุงโรม

ประตูห้องเรือนกระจกเปิดออก เสียงพูดคุยของเจ้าของบ้านและเพื่อนสนิทหยุดลงชั่วคราว เดนี่กับวิเวียนวางของว่างให้เจ้านาย ซึ่งวันนี้เป็นชาร้อนจากฝรั่งเศส กับคุกกี้และครัวซองจากร้านประจำของแคทรียา

“อืม หอมจังชายี่ห้อนี้” แคทรียาเหลือบตามองผู้พูด ขณะยกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบ เธอวางถ้วยกาแฟเซรามิกถูกวางลงบนจานรองเบามือ “เธอนี่รสนิยมดีไม่เปลี่ยนเลยนะแคท”

“โอ๊ย ยัยแคทซะอย่าง หัวจรดเท้ามีแต่แบรนด์เนม ไปไหนใครก็มอง ผู้หญิงอะไรจะเพอร์เฟกต์ขนาดนี้  ตระกูลดี สวย รวย เสน่ห์แพรวพราว แถมผัวยังรวยมหาศาล ไม่ต้องทำงานก็สบายไปทั้งชาติ สาวๆ อิจฉาตาร้อนกันหมดแล้ว” ไฮดี้พุดไม่เกินจริง

“พูดถึงเรื่องผัวแคท ตอนนี้พี่มาร์ซยังขอหย่าเธออยู่หรือเปล่า” พัชรินทร์ถามเรื่องเดิมๆ ของแคทรียา คาราคาซังมากกว่าสองปี เช่นเดิมที่แคทรียาไม่ยอมหย่า

“ห่างมาเดือนนึงแล้ว”

“เธอจะไม่ใจอ่อนจริงดิ จะว่าไปยื้อก็เท่านั้น เพราะยังไงเธอกับพี่มาร์ซคงไม่ได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีก แยกย้ายกันไปมีชีวิตใหม่ไม่ดีกว่าเหรอ” ไฮดี้คิดว่า ทางนี้ดีที่สุด

“ถ้าฉันหย่า โปรไฟล์ของฉันก็ติดลบน่ะสิ แถมคำว่าเป็นแม่ม่ายติดตัวไปอีก ไม่เอาหรอก ขายหน้ากันพอดี ฉันไม่ยอมเสียหน้า ไม่ยอมถูกนินทา คนอย่างฉันต้องถูกสรรเสริญเยินยอเท่านั้น” แคทรียาเสียงเน้นหนัก “อีกอย่างนะ ฉันรักพี่มาร์ซ ฉันไม่ยอมให้ใครหน้าไหนแย่งพี่มาร์ซไปเด็ดขาด”

“จริงอย่างที่แคทพูดนะ หย่ากันจริง นังพวกตัวอิจฉาได้นินทาฉ่ำแน่” ไฮดี้เสริม

“เรื่องที่เธอไปตามราวีเด็กพี่มาร์ซ คิดว่าคนอื่นจะไม่รู้เหรอ” เฮเซลเอ่ยหลังนั่งฟังมาพักใหญ่ “ยิ่งเธอไปแผลงฤทธิ์ใส่ ยิ่งเท่ากับประจานว่าเธอเอาเขาไม่อยู่ จนเขาต้องแอบไปกินนอกบ้าน ป่านนี้คงเม้าท์กันไปถึงไหนต่อไหนแล้ว”

แคทรียานิ่งเงียบไปชั่วครู่ เธอไม่เข้าใจเลยว่า ทั้งที่ใครๆ ต่างบอกว่าเธอเหมาะสมกับมาร์เซลโล่ที่สุด แต่ทำไมถึงทำให้เขารักไม่ได้ สองปีมาแล้วที่เขาไม่เคยแตะต้องเธอ ซ้ำยังเป็นฝ่ายขอแยกกันอยู่ ความเจ็บช้ำและผิดหวังที่สะสมมา ยิ่งถูกซ้ำเติมจนแทบรับไม่ไหวเมื่อเขาเอ่ยปากขอหย่า

“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ไม่มีวันนั้น วันที่ฉันจะหย่ากับพี่มาร์ซ” น้ำเสียงจริงจัง เด็ดเดี่ยว “ฉันไม่มีวันยอมให้พี่มาร์ซไปจากชีวิตของฉัน อยู่มาแบบนี้สองปี จะอยู่ไปอีกสิบปี ยี่สิบปีหรือตลอดชีวิตก็ไม่แปลก ฉันทนได้”

“ถ้าเธอมีความสุขกับการผูกเขาไว้ด้วยทะเบียนสมรส และมีความสุขกับชีวิตแบบนี้ มันก็เรื่องของเธอนะ เพราะเธอเลือกเอง ก็ต้องยอมรับผลตามมา”

คำเตือนของเฮเซลทำให้แคทรียาชะงักไปเล็กน้อย เธอรู้ดีกว่าใครว่าชีวิตคู่แบบนี้ไม่มีความสุขเลยสักนิด แต่ที่ยังดื้อดึงยื้อไว้ ก็เพราะรักมาร์เซลโล่จนไม่อาจตัดใจปล่อยเขาไปได้

................................

สี่วันต่อมา

มาร์เซลโล่ชีพจรลงเท้าของจริง เมื่อวานเขาอยู่เวนิส ตกดึกกลับมากรุงโรม วันนี้อยากจะนอนตื่นสายๆ นอนบิดขี้เกียจบนเตียง แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะวันนี้ช่วงเที่ยงมีนัดกับนิคโกโล ว่าจะไปรับลูกค้าที่สนามบิน เขาจึงต้องตื่นเร็วกว่าคิดไว้ ลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัว

เขาก้าวเดินลงมาชั้นบนด้วยชุดลำลองสบายๆ เดินผิวปากอย่างอารมณ์ดี เหตุผลที่อารมณ์เบิกบานอาจเพราะนึกถึงหน้าสวยๆ รอยยิ้มหวานของสาวถูกใจนามว่า ‘ลินท์’ คิดถึงเธอทีไร อารมณ์ขุ่นมัวหายโดยพลัน แต่แล้วเขาก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นบิดามารดานั่งอยู่ในห้องรับแขก

“ป๊ะป๋ากับคุณแม่ทำไมกลับมาเร็ว ไหนบอกจะกลับวันมะรืน” คนเป็นลูกถาม

“แกจำวันผิดน่ะสิ ฉันบอกแกว่าจะกลับมาถึงบ้านเมื่อคืน ไม่ใช่วันมะรืน” แอนนาผู้เป็นแม่บอก “เรื่องฉันกลับมาช้าหรือเร็วไม่สำคัญ สำคัญคือเมื่อคืนแกไปมีเรื่องกับดอมใช่มั้ย รู้มั้ยว่าโดมินิคเดือดมากเลย ไปทำลูกชายมันขนาดนั้น”

“ก็ตอนนั้นผมอารมณ์ไม่ดี คันมือคันเท้าอยู่พอดี แล้วมันเข้ามากวนบาทาผม ผมบอกมันแล้วนะครับว่าอย่ามากวน มาทางไหนไปทางนั้น แต่มันไม่เชื่อเอง ช่วยไม่ได้” มาร์เซลโล่แคร์เสียที่ไหน เขามีเองมาหนักกว่านี้ แค่นี้ถือว่าเล็กน้อย “ป๊ะป๋ากับคุณแม่ไม่ต้องสนใจเรื่องนี้หรอกครับ ไอ้ดอมกวนประสาทคนไปทั่ว มันเจอแบบนี้บ่อยๆ ป๊ะป๋ามันน่าจะชิน ที่ไหนได้เข้าข้างลูกตลอด”

“จะว่าไปดอมเป็นแบบที่มาร์ซว่ามานะ มันไม่มีเรื่องกับมาร์ซก็มีกับคนอื่น มีข่าวไม่เว้นวัน อย่าไปสนใจเลย” โรแบร์โต้คิดว่า มันคือเรื่องปกติของคนพาลจอมหาเรื่องชาวบ้าน

“ผมไม่กลัวนะครับถ้ามันจะเอาคืน ลองมาสิ คราวนี้จมเท้าผมแน่”

“เรื่องนี้ช่างมัน แม่เชื่อว่า แกกับดอมคงมีเรื่องกันอีกนาน แก้ไขอะไรไม่ได้ นอกจากอยู่กันคนละซีกโลก” แอนนาเหมือนเหนื่อยใจกับไม่เบื่อไม่เมาคู่นี้ “มาพูดเรื่องหย่ากันดีกว่า แม่รู้มาว่า แกขอหย่าแคทอีกแล้วเหรอ”

มาร์เซลโล่มองหน้ามารดา ถอนหายใจ เอนศีรษะพิงพนักโซฟา แอนนาเห็นท่าทางของลูกชาย เกิดความรู้สึกผิดขึ้นมาทันใด หากนางไม่บังคับให้มาร์เซลโล่แต่งงานกับแคทรียา เพราะคิดว่าคำว่าคู่ควรทุกกระเบียดนิ้ว จะทำให้ทั้งคู่รักกัน กลายเป็นว่าแคทรียารักมาร์เซลโล่ฝ่ายเดียว

“มันคือเรื่องเดียวที่ผมจัดการไม่ได้ ก่อนแต่งงานผมคิดว่า อยู่กันไม่ได้ก็แค่เลิก แค่หย่า มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นสักนิด มันยากจนผมคิดว่า ไม่มีคำว่าสำเร็จ” คล้ายมาร์เซลโล่ระบายให้บิดามารดาฟัง ยังดีว่า ทั้งสองรับรู้และรับฟังเรื่องนี้ อีกทั้งยังไม่ห้าม แต่ก็ไม่รู้ว่าจะช่วยอย่างไร ได้แต่ภาวนาให้แคทรียายอม

“แม่เสนอเงินให้แคทห้าสิบล้านยูโร แต่แคทไม่สนใจ แคทยังยืนกรานว่าไม่หย่า” แอนนาช่วยลูกชายเต็มที่ “ป๊ะป๋ากับแม่ขอโทษมาร์ซนะลูก ที่บังคับลูกให้แต่งงาน แม่หวังผลในเรื่องธุรกิจมากเกินไป จนไม่สนใจลูก”

“ไม่เป็นไรครับ ถ้าผมไม่ยอม งานแต่งคงไม่เกิดขึ้น” มาถึงตอนนี้โทษใครก็ไม่มีประโยชน์ “ขอแค่ป๊ะป๋ากับคุณแม่ไม่ห้ามผมเรื่องนี้ก็พอครับ”

“ฉันกับแม่ไม่ห้ามหรอก ขออย่างเดียว อย่าทำร้ายร่างกาย บังคับขู่เข็ญก็พอ มันไม่ใช่วิถีของตระกูลเรา”

“รับรองครับป๊ะป๋า ผมไม่ทำอย่างนั้นแน่ครับ” มาร์เซลโล่ลุกขึ้นยืน “ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะครับ ผมขอตัวก่อน นัดกับนิคไว้ อาทิตย์หน้ามันจะตามไปง้อเมียที่เมืองไทย ผมก็จะไปด้วย น่าจะไปสักเดือนสองเดือน ถือว่าไปพักผ่อนด้วย”

“อืมไปเถอะ ที่ไหนสบายใจก็ไป กลับมาจะได้มีแรงสู้ต่อ” โรแบร์โต้เข้าใจลูกชาย

“ผมไปนะครับ” มาร์เซลโล่เดินออกจากบ้าน โดยมีสายตาของคนเป็นพ่อและแม่มองตาม

“สงสารมาร์ซจังเลยค่ะ เราไม่น่าทำอย่างนั้นเลย” ผู้เป็นภรรยากล่าว

“ตอนนั้นเราคงไม่คิดว่า มันจะเป็นแบบนี้ เราคิดง่ายๆ ว่ามาร์ซกับแคทไปด้วยกันได้ หรืออาจคิดมีความคิดสักเสี้ยวหนึ่งว่า คงไม่รักกัน แต่เราเพิกเฉย ไม่ใส่ใจ นึกถึงแต่ตัวเองและธุรกิจ ผลสุดท้ายลูกของเรานี่แหละที่รับผลอย่างแสนสาหัส”

“ใช่ค่ะ เราทั้งคู่ผิด...ผิดต่อลูก” กระแสเสียงแอนนาเบา รู้สึกตามวาจา “ฉันหวังนะคะว่า สักวันมาร์ซจะเป็นอิสระ และได้พบกับผู้หญิงที่มาร์ซรัก เลือกเป็นคู่ชีวิตด้วยตัวเอง หากมีวันนั้นฉันไม่ห้าม กลับสนับสนุนลูกเต็มที่ ฉันอยากเห็นลูกมีความสุข ไม่ใช่ครึ่งๆ กลางๆ แบบนี้”

“ต้องมีแหละ วันนั้นที่มาร์ซเป็นอิสระ ผมคิดว่าเร็วๆ นี้” สองสามีภรรยาเปี่ยมด้วยความหวัง เพราะหากเป็นจริง ความรู้สึกผิดคงมลายสิ้น...ในสักวันหนึ่ง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป